วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2558

'วิษณุ' เล็งหั่นร่างรัฐธรรมนูญทิ้ง 20 - 30 มาตรา

EyWwB5WU57MYnKOuFtLrhPnIzCyhs9k4q5DRhNEdGtpoZjb9K0Kng3รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 24 เม.ย. คณะทำงานดําเนินการเพื่อประโยชน์แก่การจัดทํารัฐธรรมนูญและการปฏิรูป ได้มีการประชุมกัน ขณะนี้ได้รายชื่อผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศที่จะเชิญมาแล้วจำนวน 3 – 4 คน มาจากฝรั่งเศสและเยอรมัน โดยจะให้มาประมาณเดือน พ.ค. 58 ใช้วิธีทยอยกันมา ไม่ได้มาพร้อมกันทีเดียว ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานงานเรื่องรายละเอียดอยู่

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญดังกล่าว ก่อนหน้านี้ตนได้ให้สเปกในการหาไปว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นนักรัฐศาสตร์ นักกฎหมาย นักประวัติศาสตร์ เพราะเราต้องการให้พูดเรื่องเขา ไม่ต้องการให้มาวิจารณ์รัฐธรรมนูญไทยหรือการเมืองไทย จะให้มาเล่าประสบการณ์ของประเทศเขาที่มีอะไรคล้ายกับเรา ยืนยันว่าไม่ได้เอามาเพื่อสร้างความชอบธรรม แต่เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้ที่เกี่ยวข้องมากกว่า อย่างไรก็ตาม ได้รายงานเรื่องนี้ให้นายกฯ ทราบแล้ว ซึ่งนายกฯ เองต้องการเร่งให้ผู้เชี่ยวชาญมาเร็วๆ แต่ได้บอกไปว่า ต้องขึ้นอยู่กับความสะดวกของเขาด้วย.

ทั้งนี้ สำหรับการขอแปรญัตติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีการมอบให้กระทรวงต่างๆ ไปศึกษาร่างรัฐธรรมนูญและส่งข้อเสนอแนะมา ขณะนี้มีทยอยมาบ้างแล้ว

ส่วนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หากมีจุดที่ร่วมกับ ครม.ได้จะมาผนึกกำลังกันในขอยื่นแปรญัตติ ซึ่งจะทำให้มีน้ำหนัก นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับข้อสังเกตว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีหลายมาตราเกินไปนั้น บางประเทศมีวิธีเขียน ยกตัวอย่างประเทศอินเดียรัฐธรรมนูญมีเนื้อหาเยอะ แต่จำนวนมาตราไม่มาก เพียงแต่ 1 มาตรามีจำนวน 5 หน้า ดังนั้น จะเอาจำนวนตัวเลขมาตรามาชี้วัดไม่ได้ สำหรับ 315 มาตราเทียบกับรัฐธรรมนูญปี 50 ถือว่ามาก แต่ตนไม่ติดใจตัวเลข จะติดใจตรงเนื้อหามันแน่นมากเกินไป ดูแล้วน่าจะเอาออกสัก 20 – 30 มาตรา ส่วนที่สองพรรคการเมืองใหญ่ยอมให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปได้ เพื่อขอให้มีการประชามติ เพราะรอได้นั้น ตนไม่มีความเห็น เอาเป็นว่าในชั้นนี้รับทราบก่อนแล้วกัน จะไปขานรับอย่างอื่นเดี๋ยวจะหาว่าพร้อมใจจะเลื่อน เพราะพอเลื่อนเข้าจริงเขาก็ด่าอีกเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 24 เม.ย. 58 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่ออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก ระหว่างวันที่ 20 - 26 เม.ย. ว่า การอภิปรายครั้งนี้เป็นเพียงการพูด หากอภิปรายอย่างเดียว แต่ไม่ไปยื่นขอแปรญัตติจะไม่มีความหมายอะไร โดยจะมีการเปิดให้ยื่นขอแปรญัตติตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.เป็นต้นไป ซึ่งการยื่นขอแปรญัตติ ให้บอกเพียงว่าไม่เห็นด้วยกับมาตราใด ทาง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะกลับไปพิจารณาว่าจะแก้ให้หรือไม่ ส่วนวิธีแก้เผ็ดของสมาชิก สปช. หาก กมธ.ยกร่างฯ ไม่ยอมแก้ให้ จะไปแก้แค้นกันตอนลงมติว่ารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่เห็น นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ ระบุว่าหากไม่รับจะเหมือนตายตกไปตามกัน

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Source: 'วิษณุ' เล็งหั่นร่างรัฐธรรมนูญทิ้ง 20 to 30 มาตรา

เทพไท ติงระบบ 'โอเพ่นลิสต์' ทำรักพี่เสียดายน้อง

EyWwB5WU57MYnKOuFtLrhIANejA26QU8wvb368XoxQ0WDFWC1cxJIPนายเทพไท กล่าวต่อว่า จึงขอให้เปิดโอกาสให้ประชาชนเลือก ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อได้มากกว่าหนึ่งคน แต่ไม่เกินจำนวน ส.ส.ที่พึงมีในโซนนั้นๆ จึงขอให้ กมธ.ยกร่างฯ รับฟังความเห็นของพรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายปฏิบัติด้วย โดยทบทวนแนวคิดนี้ใหม่ หากมีความจริงใจต้องการให้พรรคการเมืองเข้มแข็งจริง ก็ต้องนำข้อเสนอนี้ไปแก้ไขเว้นแต่ กมธ.ยกร่างฯ ชุดนี้จะมีพฤติกรรมปากว่าตาขยิบวันที่ 24 เม.ย. 58 นายเทพไท เสนพงศ์ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญ ม.105-106 ว่าด้วยการเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อที่กำหนดให้ประชาชนเลือกผู้สมัครได้เพียงหนึ่งคน ตามระบบโอเพ่นลิสต์หรือบัญชีที่ประชาชนจัดลำดับเอง ว่า ส่วนตัวไม่ติดใจที่จะเปลี่ยนระบบการเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อจากปาร์ตี้ลิสต์เป็นโอเพ่นลิสต์ แต่ติดใจวิธีเลือกตั้งที่ กมธ.ยกร่างฯ ตั้งธงให้เลือกได้แค่คนเดียว ซึ่งเป็นการสร้างความแตกแยกในพรรคที่จะแข่งขันกันเอง ที่สำคัญเป็นการจำกัดสิทธิประชาชนที่อยากได้นักการเมืองในดวงใจหลายคน จะเกิดอาการรักพี่เสียดายน้องและทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอลงด้วยขอเลือกมากกว่าหนึ่งให้พรรคเข้มแข็ง

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Supply: เทพไท ติงระบบ 'โอเพ่นลิสต์' ทำรักพี่เสียดายน้อง

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2558

ปชช.ทยอยลงทะเบียนซิมเติมเงิน ยอดทะลุกว่า 30 ล้านเลขหมาย

EyWwB5WU57MYnKOuFtLr0n9S5nSOJDL2EznMyiYXOZEa6Ee7nQTozzขอฝากสำหรับประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงินที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนซิมให้รีบไปลงทะเบียนซิม ภายในวันที่ 31 ก.ค.นี้ เพื่อรักษาสิทธิและรักษาเบอร์โทรศัพท์ของตนเอง และช่วยในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศชาติอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

กสทช.แจ้งยอดลงทะเบียนซิมเติมเงิน ทะลุกว่า 30 ล้านเลขหมาย พร้อมเปิดจุดบริการลงทะเบียนในสำนักทะเบียนอำเภอVersusท้องถิ่น เชื่อทันตามกำหนด 31 ก.ค

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยปัจจุบันตัวเลขยอดลงทะเบียนซิมเติมเงิน มีกว่า 30 ล้านเลขหมายแล้ว ขณะที่กรมการปกครอง อนุญาตให้สำนักทะเบียนอำเภอVersusท้องถิ่น จำนวน 2,436 แห่ง รับเป็นจุดให้บริการลงทะเบียนผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงิน ทำให้ประชาชนติดต่อขอลงทะเบียนซิมได้ยังสำนักทะเบียนอำเภอ ตำบล ของตนเองได้ เชื่อว่า การลงทะเบียนซิมเติมเงินทันตามกำหนดเวลาในวันที่ 31 ก.ค. 2558

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Origin: ปชช.ทยอยลงทะเบียนซิมเติมเงิน ยอดทะลุกว่า 30 ล้านเลขหมาย

สินเชื่อรายย่อยเดือด!Half inchทีเคHalf inch ผุดนาโนไฟแนนซ

EyWwB5WU57MYnKOuFtLrzcGd810fVJY8htmWhLXAohb1bfa5Ztq0b3เนื่องจากทีเค ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์มา 43 ปี มี 90 สาขาใน 53 จังหวัด พร้อมกับพนักงานที่มีประสบการณ์กว่า 1,800 คน โดยธุรกิจสินเชื่อรถจักรยานยนต์ให้บริการสินเชื่อรายย่อยอยู่แล้ว ซึ่งทีเคให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์มูลค่าส่วนใหญ่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อราย ซึ่งตามประกาศของ ธปท. บริษัทที่ทำธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ สามารถให้กู้ได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย และในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทีเคมีประวัติลูกค้ากว่า 3,000,000 ราย ทางบริษัทคาดว่าจะมีลูกค้าที่สนใจรับบริการนาโนไฟแนนซ์ผ่านบริษัท TK เงินทันใจ จำกัด เป็นจำนวนมาก”นางสาวปฐมา พรประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือทีเค ผู้ให้บริการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์รายใหญ่ที่สุดในประเทศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติให้ผู้บริหารดำเนินการจัดตั้ง “บริษัท TK เงินทันใจ จำกัด” เพื่อยื่นขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดำเนินธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อประกอบอาชีพหรือนาโนไฟแนนซ์ มีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาทตามข้อกำหนดของ ธปท. และ ทีเคถือหุ้นในบริษัทย่อยแห่งนี้ 99.99%

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Resource: สินเชื่อรายย่อยเดือด!InทีเคIn ผุดนาโนไฟแนนซ

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558

ระทึก พบโดรนเล็กขนกัมมันตรังสีบนหลังคาบ้านนายกฯ ญี่ปุ่น

EyWwB5WU57MYnKOuFtLsGq0fBUCBDxZNErXytwg29tc6XHbeN351eoในเวลาต่อมา นายโยชิฮิเดะ สุกะ หัวหน้าสำนักงานเลขานุการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ออกมากล่าวว่า การค้นพบโดรนบรรทุกสารกัมมันตรังสีทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการก่อการ ร้าย Inchesอาจมีความพยายามใช้โดรนเพื่อก่อการร้ายในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก หรือการประชุมสุดยอด จี7 ในอนาคต ดังนั้นเราจำเป็นต้องตรวจสอบและทบทวนอย่างต่อเนื่อง ว่าควรใช้งานพาหนะไร้คนขับเช่น โดรน อย่างไร และจะรับมือปัญหาก่อการร้ายจากโดรนอย่างไรInches

ทั้งนี้ กฎหมายของญี่ปุ่นห้ามไม่ให้โดรนบินโดยรอบบริเวณของสนามบิน เพื่อป้องกันปัญหาเกี่ยวกับอากาศยาน แต่ไม่มีการจำกัดการบินในพื้นที่ส่วนใหญ่ของกรุงโตเกียว รวมถึงที่ทำเนียบรัฐบาล, อาคารรัฐบาลกลางและท้องถิ่นด้วย.ตามการเปิดเผยของตำรวจนครบาลกรุงโตเกียว เจ้าหน้าที่ของทำเนียบฯเห็นโดรนลำ 4 ใบพัด ขนาดกว้างประมาณ 50 ซม. บนดาดฟ้าทำเนียบฯเมื่อช่วงเช้าวันพุธ จึงแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ และพบว่าโดรนลำนี้ติดตั้งกล้องขนาดเล็ก, พลุไฟ และขวดพลาสติกบรรจุสารกัมมันตรังสีจำนวนเล็กน้อยเอาไว้ ซึ่งตำรวจเชื่อว่า เป็นสารซีเซียม แต่ปริมาณที่พบไม่ส่งผลร้ายต่อมนุษย์ในทันที

พบโดรนไม่มีที่มาอยู่บนดาดฟ้าทำเนียบนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นในกรุงโตเกียว และจากการตรวจสอบพบขวดบรรจุสารกัมมันตรังสีอยู่ในโดรนลำนี้ด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศญี่ปุ่นพบอากาศยานไร้คนขับหรือ โดรน ขนาดเล็กภายในบรรจุสารกัมมันตรังสีปริมาณเล็กน้อย อยู่บนดาดฟ้าทำเนียบนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทำให้เกิดความหวั่นวิตกว่า โดรนอาจถูกใช้ในการโจมตีของผู้ก่อการร้าย อย่างไรก็ตาม นายกฯอาเบะกำลังยู่ระหว่างเยือนอินโดนีเซียเพื่อร่วมประชุมผู้นำ เอเชีย-แอฟริกา

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Origin: ระทึก พบโดรนเล็กขนกัมมันตรังสีบนหลังคาบ้านนายกฯ ญี่ปุ่น

เอเชีย-แอฟริกา ยุจัดระเบียบโลกใหม่-ชูเปิดกว้าง

EyWwB5WU57MYnKOuFtLsGq2tdFJBJ7VPVVm5NOeAtNtpDSD2wtIdtZนายอาเบะแถลงต่อที่ประชุมว่าไม่ควรยอมให้ผู้มีอำนาจมากกว่าใช้กำลังเล่น งานผู้อ่อนแอกว่าโดยไม่ถูกตรวจสอบ ก่อนหน้านี้นายอาเบะได้กล่าวแสดงความสำนึกผิดอย่างสุดซึ้งจากการรุกรานของ กองทัพญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ไม่ได้กล่าวขอโทษซ้ำที่อดีตนายกฯจุนอิชิโร โคอิซูมิ ของญี่ปุ่นเคยขอโทษไว้ในปี 2548 ทำให้เกาหลีใต้แถลงรู้สึกเสียใจอย่างมากที่อาเบะไม่ได้ขอโทษ ด้านผู้นำจีนแถลงว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบใหม่ต้องส่งเสริมความร่วม มือระหว่างเอเชียกับแอฟริกา และโลกพัฒนาแล้วต้องสนับสนุนโดยไม่มีการเมืองแอบแฝง ต่อมานายอาเบะได้หารือนอกรอบกับนายสีด้วยท่าทีผ่อนคลายก่อนระบุว่าการพบ หารือมีความหมายมาก ความสัมพันธ์ของจีนและญี่ปุ่นกำลังดีขึ้น

ส่วนเมื่อ 21 เม.ย.ทางการอินโดฯ แถลงชื่นชมแผนเฝ้าระวังและควบคุมเรือประมงของไทยที่รวมทั้งแผนติดตั้งระบบ ติดตามตรวจสอบเรือประมงออกหาปลาในต่างประเทศที่แสดงให้เห็นว่าไทยมุ่งมั่น แก้ปัญหาเรือประมงเถื่อน.

โดยที่ประชุมเรียกร้องให้จัดระเบียบโลกใหม่และทิ้งแนวคิดเก่าที่อิง สถาบันอย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ที่สหรัฐฯ และยุโรปตั้งขึ้นมาดูแลการเงินหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดฯแถลงต่อที่ประชุมว่าคนที่ยืนยันว่าปัญหาเศรษฐกิจโลกควรแก้ผ่าน เวิลด์แบงก์และไอเอ็มเอฟเท่านั้น ถือว่าติดอยู่กับแนวคิดเก่าล้าสมัย ต้องเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องก่อตั้งองค์กรใหม่ที่เปิดกว้างต่อกลุ่มมหาอำนาจเศรษฐกิจเกิดใหม่ เพื่อจัดการปัญหาเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

แต่วิโดโดไม่ได้พูดถึงธนาคารเพื่อการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานแห่ง เอเชีย (เอไอไอบี) ที่จีนสนับสนุนซึ่งอินโดฯเป็น 1 ในสมาชิกร่วมก่อตั้งและถูกมองเป็นคู่แข่งเวิลด์แบงก์และธนาคารเพื่อการพัฒนา แห่งเอเชีย (เอดีบี) ที่โลกตะวันตกสนับสนุน อีกทั้งสหรัฐฯ และญี่ปุ่นไม่ได้สนับสนุนเอไอไอบี

ทั้งนี้ ปัญหาความสัมพันธ์ของจีนและญี่ปุ่นยังถูกจับตามองเหมือนเดิม แม้จะมีภาพนายอาเบะจับมือทักทายผู้นำจีนแบบเป็นมิตรมากกว่าตอนประชุมผู้นำ เขตเศรษฐกิจเอเปกที่จีนเมื่อปีที่แล้ว แต่ท่าทีของอาเบะยังไม่เป็นมิตรกับจีนที่มีข้อพิพาททางทะเลกันและกับอีกหลาย ชาติเหล่าผู้นำจาก 21 ประเทศรวมทั้งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร่วมเวที “ประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-แอฟริกา” ที่กรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซียช่วงวันที่ 22-23 เม.ย. และยังเป็นวาระครบรอบ 60 ปีการประชุมดังกล่าวที่ได้รวมกลุ่มโลกกำลังพัฒนาต่อต้านจักรวรรดินิยมและนำ ไปสู่การตั้งกลุ่มไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดยุคสงครามเย็นด้วย

แหล่งที่มา  : ไทยรัฐ

Source: เอเชีย-แอฟริกา ยุจัดระเบียบโลกใหม่-ชูเปิดกว้าง

วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2558

ญี่ปุ่นโดดร่วมดันนิคมทวายได้ไปต่อ

EyWwB5WU57MYnKOuFtLst2MapUwidQHmGEDKGf8Z5MG8uz8srOuUwFนายชาญวิทย์ อมตะมาทุชาติ รองเลขาธิการ สศช.เปิดเผยว่า การพัฒนาโครงการทวายระยะแรกจะเป็นการพัฒนาพื้นที่ขนาดเล็ก ได้แก่ พื้นที่นิคมอุตสาหกรรม 27 ตารางกิโลเมตร จากพื้นที่ โครงการทั้งหมด 196 ตารางกิโลเมตร และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ซึ่งในเดือน พ.ค.นี้ ภาคเอกชนของไทยที่ชนะการประกวดราคาในโครงการพัฒนาทวายในระยะแรก ซึ่งได้แก่บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) จะลงนามในสัญญาสัมปทานโครงการทวายระยะแรกกับรัฐบาลพม่า

ส่วนรัฐบาลพม่าจะลงทุนก่อสร้างถนน 2 เลน เชื่อมโยงจากโครงการทวายมายังชายแดน ประเทศไทย บริเวณบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี ระยะทาง 132 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 4,500 ล้านบาท คาดว่าใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี โดยไทยจะสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ซึ่ง สศช.ต้องเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอความเห็นชอบต่อไป

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคมและเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า สศช.เตรียมเสนอให้คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาขับเคลื่อนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษตอนในเพิ่มเติม จากที่มีแผนอยู่เดิมใน 10 จังหวัดชายแดน โดยจะเลือกจังหวัดที่มีศักยภาพ เช่น จ.ฉะเชิงเทรา จ.ปราจีนบุรี จ.นครราชสีมา โดยอาจจัดทำเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษอุตสาหกรรมไฮเทค เขตเศรษฐกิจพิเศษด้านการวิจัยและพัฒนา อีกทั้งการจัดทำเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 2 โดยใช้วิธีการจับคู่ให้เป็นคลัสเตอร์ เช่น จ.มุกดาหารคู่กับ จ.สกลนคร

ส่วนความคืบหน้าของการลงทุนในโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและนิคม อุตสาหกรรมทวายในประเทศพม่า ล่าสุดรัฐบาลญี่ปุ่นตกลงเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการในระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการพัฒนาโครงการทวายระยะสมบูรณ์ โดยจะเข้าร่วมนิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPV) ร่วมกับไทยและพม่า ที่ปัจจุบันถือหุ้นใน SPV ฝ่ายละ 50% คาดว่าจะมีการลงนาม ในสัญญาความร่วมมือระหว่าง 3 ฝ่ายได้ภายในเดือน ก.ค.นี้ ซึ่งตนเองจะหารือในรายละเอียดเพิ่ม เติมระหว่างการเดินทางไปญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 23-25 เม.ย.นี้ และจะได้หารือเรื่องอื่นๆ เช่น การ ก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Source: ญี่ปุ่นโดดร่วมดันนิคมทวายได้ไปต่อ