วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เด็กมหาสารคามป่วยเป็นไข้หวัดเพียบ

888686หากพบเด็กมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น มีอาการซึม ไม่ร่าเริงมีอาการหายใจเสียงดังครืดคราด มีเสมหะในคอ เด็กไม่สามารถไอแรง ๆ ให้เสมหะหลุดออกมาจากหลอดลมได้ หรือเด็กมีอาการไอถี่จนบางครั้งมีอาเจียนออกมาเป็นเสมหะเหนียว ๆ ให้รีบนำตัวมาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการและรักษา ก่อนที่จะมีอาการลุกลาม ทั้งนี้การดูแลเบื้องต้นแพทย์ได้แนะนำให้เด็กดื่มน้ำอุ่นเป็นประจำ เพื่อไม่ให้เสมหะเหนียวข้นไปอุดตันระบบทางเดินหายใจได้ หากบุคคลในบ้านป่วยด้วยโรคไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ ให้หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่ป่วย ให้ผู้ป่วยสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ ป้องกันเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนจากการสัมผัสและไม่ควรใช้ของร่วมกันเมื่อวันที่ 21 พ.ย. นพ.คิมหันต์ ยงรัตนกิจ สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า ระยะนี้สภาพอากาศโดยทั่วไปในพื้นที่ มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างรวดเร็ว โดยช่วงกลางวันและช่วงหัวค่ำ อากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว แต่ช่วงกลางคืนสภาพอากาศกลับเย็นจัด เด็กส่วนใหญ่เผลอหลับโดยไม่ห่มผ้า ส่งผลให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ล้มป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ ไข้หวัด ปอดบวม โดยขณะนี้มีผู้ป่วยเด็กแรกเกิด จนถึงอายุ 10 ขวบ ทยอยเข้ามารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล เฉลี่ยรวมไม่ต่ำกว่าวันละ 300 ราย จนทำให้โรงพยาบาลหลายแห่งต้องเสริมเจ้าหน้าที่ และจัดช่องทางด่วนสำหรับผู้ป่วยเด็ก สำรองยาและเวชภัณฑ์รองรับผู้ป่วยที่คาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: เด็กมหาสารคามป่วยเป็นไข้หวัดเพียบ

หนีเด็กแว้นพลัดตกหลังคาถูกเหล็กเสียบ

888647เจ้าหน้าที่ได้ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างทำการตัดก้านรั้วเหล็กดัดที่เสียบทะลุขา ก่อนช่วยกันพยุงตัวลงมาจากกำแพงอย่างทุลักทุเล จากนั้นได้รีบนำตัวส่งรพ.ให้การรักษา พี่ชายของด.ช.บอย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุพากันขี่รถไปร้านสะดวกซื้อ ระหว่างทาง ได้มีกลุ่มเด็กแว้นขับขี่รถจยย.6-7 คัน ขับขี่สวนทางมา ก่อนจะวกกลับเข้ามารุมทำร้าย จึงพากันแยกย้ายหลบหนี โดยน้องชายได้ปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านที่เกิดเหตุ แต่เกิดพลาดพลัดตกลงมาใส่รั้วและจนถูกเหล็กเสียเข้าที่ขาเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 21 พ.ย. เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรีได้รับแจ้ง มีคนพลัดตกจากหลังคาลงมาถูกเหล็กแหลมเสียบทะลุขา ห้อยติดอยู่ข้างกำแพง ได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมกับทีมแพทย์ฉุกเฉิน รพ.พระปกเกล้า จันทบุรี รีบรุดให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ในที่เกิดเหตุพบร่างของ ด.ช.บอย (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี ถูกรั้วเหล็กดัดปลายแหลมเสียบเข้าที่โคนขาขวาจนทะลุได้รับบาดเจ็บสาหัส

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: หนีเด็กแว้นพลัดตกหลังคาถูกเหล็กเสียบ

'บิ๊กป๊อก' ชี้ เห็นต่างเรื่องปกติ ไม่ถือ นศ.ชู 3 นิ้ว

EyWwB5WU57MYnKOuFIwC3bO3kOCjaE0r2R20lHUIiUsbNboQUcBY5eเมื่อถามว่า คนที่เห็นต่างจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะมีการแสดงออกอย่างไรถึงจะยอมรับได้ เพราะการชู 3 นิ้วก็ยังไม่สามารถทำได้ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวกับการชู 3 นิ้ว นักข่าวไปลงกันเอง นัยที่เกิดขึ้น คือ นายกฯ ไปพบกับประชาชน ซึ่งประชาชนก็เรียบร้อยกันหมดทุกส่วน การมีคนเข้ามา จะให้ทำอย่างไร นอกจากการเอาตัวออกไป

"ท่านต้องเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะไปยืนจุดไหน ถ้ายอมส่วนนี้อีกสีก็จะออกมาจะทำอย่างไร ก็ต้องพยายามที่จะเข้าใจว่า ขณะนี้รัฐบาลไม่ใช่คู่ขัดแย้ง มันมีปัญหากันทั้งประเทศ อย่างที่รู้ดีอยู่ ซึ่งทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไม่ได้ เราก็เข้ามาเพื่อหยุดปัญหาเหล่านั้น โดยใน 1 ปี รัฐบาลพยายามจะเขียนรัฐธรรมนูญให้เสร็จ และแก้ไขปัญหาที่คั่งค้างให้เรียบร้อยเท่าที่ทำได้ แล้วให้คนใหม่มาว่ากัน คนเห็นต่างก็เห็นไป เราก็พยายามอธิบายว่าเราทำอะไรได้บ้าง คงแค่เรียกมาพูดคุย" พล.อ.อนุพงษ์ กล่าววันที่ 20 พ.ย. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึง กรณีที่มีคนเห็นต่างจะเป็นอุปสรรค หรือมีผลต่อการลงพื้นที่อื่นๆ ในครั้งต่อไปหรือไม่ ยืนยันว่าคงเป็นไม่ได้ที่จะให้ทุกคนเห็นเหมือนกันหมด เพราะฉะนั้นการเห็นต่างจึงเป็นเรื่องปกติ การแสดงออกเล็กน้อย ก็อย่าไปถือสา เราก็จะพูดให้เขาเข้าใจ เพราะเราอยู่ร่วมกัน ไม่น่าจะมีผล ไปพื้นที่ไหนก็จะมีคนเห็นต่าง พูดง่ายๆ ร้อยคนก็เห็นไม่เหมือนกันทั้งร้อยคนแต่หน้าที่เราต้องสร้างความเข้าใจว่าเรา ทำหน้าที่อะไรอยู่ เช่น ทำไปด้วยความมุ่งมั่นเพื่อจะให้ประชาชน ได้มีคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจที่ดี โดยไม่ได้ทำด้วยอคติ ตอนนี้ประเทศชาติจะต้องเดินตามโรดแม็ปเท่านั้น การเลือกตั้งก็เกิดไม่ได้เพราะยังไม่มีกฎหมาย ต้องรอให้คณะกรรมาธิการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญก่อน เสร็จแล้วจึงค่อยมาทำกฎหมายลูก จึงจะสามารถจัดให้มีการเลือกตั้งได้

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Resource: 'บิ๊กป๊อก' ชี้ เห็นต่างเรื่องปกติ ไม่ถือ นศ.ชู 3 นิ้ว

คชก.ลงมติ ไม่สร้างแม่วงก์

EyWwB5WU57MYnKOuFIwDmMtSTdKYfY1JLdxdQmi3lxQ6QD7d7pCmZhส่วนกรณีที่อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทำหนังสือถึงสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) คัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ โดยระบุว่าเป็นพื้นที่ป่าที่สมบูรณ์นั้น นายเลิศวิโรจน์ระบุว่า ก็เป็นความเห็นหนึ่งในการประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ก็ต้องมาหาข้อสรุปที่ยอมรับได้ร่วมกันต่อไป

ขณะที่นายสมเกียรติ ประจำวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กล่าวว่า กรณีอธิบดีกรมอุทยานฯทำหนังสือว่าไม่ควรสร้างเขื่อนแม่วงก์ เป็นธรรมดาที่เจ้าของพื้นที่ต้องรักษาสิทธิพื้นที่ในความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม กรม ชลประทานต้องนำข้อเท็จจริงมาดูว่า ประเด็นของ กรมอุทยานฯนั้นจริงหรือไม่ เพราะประเด็นที่ถกเถียงกันคือ งานวิจัยเรื่องมูลค่าไม้ในป่า ตรงนี้ที่หาข้อสรุประหว่าง 3 ฝ่าย คือ กรมชลประทาน กรมอุทยานฯ และ สผ. ไม่ได้ จะต้องหาหน่วยงานกลาง หรือผู้เป็น กลางที่มีความรู้ มาศึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติมให้ได้ข้อสรุป ก็คงต้องบอกให้ได้ว่า ที่ว่ารายงานอีเอชไอเอ ของกรมชลประทาน ไม่สมบูรณ์นั้นเป็นอย่างไร

“ในที่ประชุม คชก. แต่ละฝ่ายก็ให้คำจำกัดความไม่เหมือนกันเรื่องพื้นที่ป่า ดังนั้น กรมชลฯจะกลับ ไปดูว่าแล้วรายงานการศึกษาฉบับอื่นๆที่เคยทำมาก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร แต่มั่นใจว่าประเด็นทางเทคนิค ด้านปริมาณน้ำ เรายืนยัน อ่างเก็บน้ำเป็นวิธีการที่ต้องเข้าไปแก้ไขพื้นที่ 300,000 ไร่ ที่เป็นพื้นที่ที่ยังขาดน้ำไม่น้อยกว่า 150 ล้านลูกบาศก์เมตร ต้องคุยกับกรมอุทยานฯว่าประเมินมูลค่าจะเอาแค่ไหน ถ้าข้อมูลเราถูก คุ้มค่า ก็เป็นประโยชน์ของชาวบ้าน ถ้าตรงไหนไม่ถูก เช่น การประเมินมูลค่าป่า ต้องทำตรงไหน ก็ไปว่ากัน หากมีข้อขัดแย้งบ้าง ก็ยังต้องโยนเข้า คชก. อีกครั้งหนึ่ง” นายสมเกียรติกล่าว

“ไม่ใช่ว่าพอไม่มีเขื่อนแม่วงก์แล้ว ปัญหาของชาวบ้านจะหมด เพราะพื้นที่นั้นจะมีทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งกินพื้นที่กว้างประมาณ 1 ล้านไร่ ซึ่งผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้มี 4 หน่วยงานหลัก คือ 1. กรมชลประทาน 2.กรมทรัพยากรน้ำ 3.กรมโยธาธิการ และ 4.ส่วนท้องถิ่น หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้ คือกรมชลประทาน ไม่เคยทำโครงการเล็กๆ ในพื้นที่ขนาดใหญ่เลย เพราะ ติดขัดในเรื่องกฎหมาย ส่วนกรมทรัพยากรน้ำก็ทำเฉพาะโครงการเล็กๆในพื้นที่ย่อยๆ ไม่เคยทำเรื่องใหญ่ๆเลย ขณะเดียวกัน กรมโยธาธิการก็ทำเรื่องเฉพาะจุด ดังนั้น หากรัฐบาลไม่มีนโยบายที่ชัดเจน สำหรับเข้าไปแก้ปัญหาตรงนี้ ปัญหาก็จะยังคงเกิดในพื้นที่ตลอดไป” นายศศินกล่าวและว่า จากการศึกษาของมูลนิธิสืบฯพบว่า การสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็กผ่านเข้าไปในพื้นที่ที่มีปัญหา จะสามารถลดผลกระทบ ทั้งจากน้ำท่วมและน้ำแล้งได้ วิธีการดังกล่าวทำให้ประชาชนเข้าถึงน้ำได้มากกว่าระบบชลประทาน แต่เวลานี้ยังไม่มีระบบโครงข่ายอะไร เพื่อขยายทาง หรือแหล่งน้ำขนาดเล็ก เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ที่มีปัญหาเข้าถึงได้เลย เรื่องนี้เป็นหน้าที่ที่มูลนิธิสืบฯจะต้องผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหาต่อไป

ด้านนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรม ชลประทาน กล่าวถึงเรื่องเขื่อนแม่วงก์ว่า หลังจาก คชก.ตีกลับรายงานผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (อีเอชไอเอ) โครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ของกรมชลประทานก็พร้อมจะนำอีเอชไอเอกลับมาศึกษาเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนให้ถูกต้อง แต่จะคงไม่หยุดดำเนินงานของโครงการกรมชลประทานคงไม่หยุดในชั้นนี้ เพราะเสียเงินเสียทองเดินหน้าศึกษาโครงการไปแล้ว แต่จะได้ก่อสร้างเขื่อนหรือไม่ ขึ้นกับนโยบายของรัฐบาล

ส่วนกรณีที่อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทำหนังสือถึงสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) คัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ โดยระบุว่าเป็นพื้นที่ป่าที่สมบูรณ์นั้น นายเลิศวิโรจน์ระบุว่า ก็เป็นความเห็นหนึ่งในการประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ก็ต้องมาหาข้อสรุปที่ยอมรับได้ร่วมกันต่อไป

ต่อมาเมื่อวันที่ 20 พ.ย. นายเกษมสันต์ จิณณวาโส เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) พิจารณารายงานผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม(อีเอชไอเอ) โครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ เปิดเผยว่าในการประชุมคณะกรรมการ คชก.มีมติไม่สร้างเขื่อน แม่วงก์แล้ว เนื่องจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยนายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานฯได้ทำหนังสือคัดค้านการสร้างเขื่อนในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เพราะพื้นที่ดังกล่าวมีป่าที่สมบูรณ์มากกว่าที่จะปล่อยให้มีการสร้างเขื่อน รวมทั้งในอนาคตจะผนวกอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เป็นพื้นที่มรดกโลก รวมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งซึ่งเป็นป่าผืนเดียวกัน เมื่อเจ้าของพื้นที่มีมติ ไม่เห็นด้วยให้เข้าไปใช้พื้นที่ ก็ถือว่าได้ข้อยุติว่าไม่ควรสร้าง อย่างไรก็ตาม เพราะว่าโครงการสร้างเขื่อน แม่วงก์เป็นโครงการที่เสนอโดยรัฐบาล คือ กรมชลประทาน ในอนาคตกรมชลประทานสามารถไปทำข้อมูลมาใหม่ เพื่อให้คณะกรรมการฯพิจารณาได้อีกครั้ง แต่กรมชลประทานควรจะไปคุยในรายละเอียดของพื้นที่ป่าในอุทยานแห่งชาติให้ได้ ตัวเลข และสถานการณ์ต่างๆ ตรงกันก่อนที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุม หากจะนำมาเสนออีกครั้ง

ส่วนนายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องดีอย่างยิ่งที่คณะกรรมการฯได้ข้อสรุปออกมาแบบนี้ ตนมั่นใจว่าหากไม่มีการเปลี่ยนตัวเลขาธิการ สผ.หรือเปลี่ยนประธาน คชก.เป็นคนอื่น เรื่องของเขื่อนแม่วงก์คงจะยังไม่มีขั้นตอนอะไรเกิดขึ้นมาอีกแล้ว อย่างไร ก็ตาม เรื่องของการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่ยังคงต้องมีต่อไป ซึ่งหลังจากนี้มูลนิธิสืบฯจะต้องทำต่อคือ การผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปจัดการน้ำทางเลือก หรือการสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็ก สำหรับพื้นที่ที่มีปัญหาทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งในบริเวณนั้นต่อไป

ไม่สะเด็ดน้ำ สร้าง-ไม่สร้าง “เขื่อนแม่วงก์” 2 หน่วยงานรัฐ “กรมอุทยานแห่งชาติ-กรมชลประทาน” ยังเห็นต่างเหมือนเดิม หลัง คชก.มีมติไม่สร้างเขื่อนแม่วงก์ ชี้เป็นป่าสมบูรณ์ ขณะที่กรมอุทยานแห่งชาติฯไม่ให้ใช้พื้นที่อุทยานเตรียมผนวกเป็นพื้นที่มรดก โลกกับห้วยขาแข้ง ด้าน “กรมชลประทาน” ยันไม่หยุด เตรียมนำอีเอชไอเอ เขื่อนแม่วงก์ กลับมาศึกษาต่อให้ได้ข้อสรุป อ้างเสียงบประมาณศึกษาโครงการไปแล้ว พร้อมถกกรมอุทยานฯ ประเด็นคาใจเรื่องการประเมินมูลค่าป่า ส่วนจะได้ก่อสร้างหรือไม่เป็นเรื่องของนโยบายรัฐบาล ชี้อ่างเก็บน้ำช่วยแก้ปัญหาให้ชาวบ้านในพื้นที่ 300,000 ไร่ ที่ยังขาดแคลนน้ำ

หลังจากที่นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ออกมาคัดค้านการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ อีกครั้ง ด้วยการปักหลักนอนค้างที่หน้าสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 17-19 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อมาให้กำลังใจคณะกรรมการพิจารณาโครงการด้านแหล่งน้ำ ในการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) โครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ที่มีขึ้นในวันที่ 19 พ.ย.ซึ่งสุดท้ายที่ประชุมได้ให้สองหน่วยงานคือกรมอุทยานแห่งชาติฯ เจ้าของพื้นที่ที่ตั้งเขื่อนแม่วงก์ และกรมชลประทาน เจ้าของโครงการเขื่อนแม่วงก์ ไปพูดคุยศึกษาข้อมูลอีกครั้ง

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Source: คชก.ลงมติ ไม่สร้างแม่วงก์

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ไฟไหม้รถน้ำมันวอด3คันรวด

887826สอบสวน นายคำมา คำมูล อายุ 57 ปี เจ้าของโรงเก็บน้ำมัน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถน้ำมันขนาดใหญ่ไปรับน้ำมัน จำนวน 40,000 ลิตร มาจาก จ.สระบุรี โดยเป็นน้ำมันดีเซล 32,000 ลิตร และเบนซินอีก 8,000 ลิตร จากนั้นจึงนำน้ำมันดังกล่าวมาถ่ายแบ่งลงบนรถบรรทุกน้ำมัน 6 ล้อ จำนวน 3 คัน เพื่อนำไปส่งต่อให้กับลูกค้า แต่ระหว่างที่กำลังถ่ายน้ำมันอยู่นั้น ได้เกิดประกายไฟจากรถบรรทุกน้ำมัน 6 ล้อซึ่งเป็นรถเปล่า จนเกิดเพลิงลุกไหม้ลามมาตามสายส่งน้ำมัน และเกิดไฟลุกไหม้รถทั้ง 3 คันอย่างรวดเร็ว ตนพยายามที่จะเข้าไปถอดสายน้ำมันที่พ่วงอยู่กับรถน้ำมันคันใหญ่ออกแต่ก็ไม่เป็นผล และยังทำให้ตนได้รับบาดเจ็บถูกไฟลวกที่เท้าด้วย โชคดีที่บุตรชายได้วิ่งมาขับรถน้ำมันคันใหญ่ออกจากที่เกิดเหตุ ทำให้สายน้ำมันที่พ่วงกันอยู่นั้นขาดออก ไฟจึงไม่ลุกลามเข้าถังน้ำมันขนาด 40,000 ลิตร แต่ไฟไหม้เพียงส่วนหัวรถเท่านั้น เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานให้ทางกองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นต่อไป ส่วนค่าความเสียหายคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 5 ล้านบาทเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 พ.ย. ร.ต.อ.สุภาพ เงินแก้ว พนักงานสอบสวน สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถบรรทุกน้ำมัน ที่โรงเก็บน้ำมันคำมูลปิโตเลี่ยม เลขที่ 213 หมู่ 2 ต.ท่าหมื่นราม อ.วังทอง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมรถดับเพลิงจากป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.พิษณุโลก และพื้นที่ใกล้เคียงจำนวนหลายคัน ในที่เกิดเหตุพบเพลิงได้กำลังลุกไหม้รถบรรทุกน้ำมัน จำนวน 3 คัน ทางเจ้าหน้าที่ต้องระดมฉีดน้ำและโฟมเพื่อหล่อเลี้ยงป้องกัน ไม่ให้น้ำมันที่อยู่ในถังเกิดความร้อนจนเกิดระเบิดได้ หลังใช้เวลานานกว่า 1 ชม. จึงจะสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: ไฟไหม้รถน้ำมันวอด3คันรวด

ฟาร์กรับข้อเสนอรบ.โคลอมเบียเตรียมปล่อยตัวประกัน

887873ก่อนหน้านี้ นายฮวน มานูเอล ซานโตส ประธานาธิบดีโคลอมเบีย สั่งระงับการเจรจาสันติภาพที่จะมีขึ้นที่กรุงฮาวานาเมืองหลวงของคิวบาอย่างไม่มีกำหนด หลัง พล.อ.อัลซาเต ถูกจับตัวไป ซึ่งทางการกล่าวหาว่าเป็นฝีมือของกลุ่มกบฏฟาร์ก และประกาศชัดเจนว่าจะไม่มีการเจรจาใดๆ ทั้งสิ้นจนกว่าตัวประกันจะถูกปล่อย โดยเมื่อช่วงเช้าวันพุธ กลุ่มกบฏฟาร์แสดงเจตจำนงว่าต้องการให้มีการเจรจาต่อไป

ในการเจรจาที่ผ่านมา ทั้ง 2 ฝ่ายสามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ในเรื่องการปฏิรูปที่ดิน การมีส่วนร่วมทางการเมืองเมืองของกลุ่มกบฏ รวมถึงการร่วมมือกันในการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งโคลอมเบียนับเป็นประเทศผู้ผลิตโคเคนรายใหญ่ที่สุดของโลก อย่างไรก็ตาม ยังคงมีประเด็นที่ยังไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ ทั้งเรื่องการวางอาวุธของกบฏฟาร์ก รวมถึงการดำเนินคดีทางกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลุ่มกบฏ ในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดและอาชญากรรมอื่นๆสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮาวานา ประเทศคิวบา เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ว่า เจ้าหน้าที่ตัวแทนจากคิวบาและนอร์เวย์ ในฐานะผู้ประสานงานการเจรจาสันติภาพ ระหว่างรัฐบาลโคลอมเบียและกองกำลังปฏิวัติโคลอมเบีย หรือกบฏฟาร์ก ออกแถลงการณ์ร่วมกันเมื่อช่วงค่ำวันพุธตามเวลาท้องถิ่น ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันให้มีการปล่อยตัว พล.อ.รูเบน ดาริโอ อัลซาเต นายทหารผู้ติดตาม 1 นาย และทนายความ 1 คนที่ถูกจับตัวไปพร้อมกันเมื่อไม่กี่วันมานี้ รวมถึงทหารอีก 2 นาย ที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะกลับสู่การเจรจาสันติภาพระหว่างกันต่อไป แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมถึงกำหนดการและเงื่อนไขในการปล่อยตัว ระบุเพียงว่าคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ไอซีอาร์ซี) จะทำหน้าที่ประสานงานในการรับมอบตัวประกันเช่นที่ผ่านมา

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: ฟาร์กรับข้อเสนอรบ.โคลอมเบียเตรียมปล่อยตัวประกัน

5นศ.บุกชู3นิ้วต้าน ‘บิ๊กตู่’แซว นึกว่าแสดงต้อนรับ

EyWwB5WU57MYnKOuFIwDE5TqwA3Wvg07EgvhKWyrmtt9dwPZVlEAOdเล็งเอา ก.ม.ลูกของเก่ามารีไซเคิล

นายเจษฎ์ โทณะวณิก กรรมาธิการยกร่างฯ และประธานคณะอนุกรรมาธิการจัดทำข้อเสนอแนะในการตราหรือแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า การออกกฎหมายลูกที่ใช้เป็นกติกาเลือกตั้ง ขอให้เป็นไปตามกรอบเวลา หากทำไม่เสร็จตามเวลาอาจต้องยืดเวลาออกไปอีก ซึ่งแนวทางทนายบวรศักดิ์ให้ไว้คือ ระหว่างที่มีการยกร่างรัฐธรรมนูญ คณะที่ทำงานเกี่ยวกับกฎหมายลูกต้องทำงานคู่ขนานไปด้วย ทั้งนำกฎหมายลูกฉบับเก่ามาพิจารณาปรับปรุง หรือหากจำเป็นต้องยกร่างกฎหมายขึ้นใหม่ก็ต้องเร่งทำควบคู่กันไป ส่วนตัวเห็นว่าสามารถนำฉบับเก่ามาพิจารณาปรับปรุงสาระไม่มากนัก เพราะมีบทบัญญัติที่ดีอยู่แล้ว แต่ปัญหาสำคัญคือต้องนำบทบัญญัติที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างไร
ถึงคิว ชพน.—พช.ให้ความเห็น

ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานการประชุม โดยเชิญตัวแทนพรรคชาติพัฒนา ได้แก่ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ บุญชัยสุข เลขาธิการพรรค และตัวแทนพรรคพลังชล ได้แก่ นายสันต์ศักย์ งามพิเชษฐ์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังชล นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี ร่วมให้ความเห็น โดย นพ.วรรณรัตน์กล่าวก่อนเข้าประชุมว่า พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย ส่วนการรับฟังความเห็นประชาชนที่ยังติดปัญหาเรื่องกฎอัยการศึกนั้น เห็นว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อการรับฟังความคิดเห็นถ้าพิจารณาผ่อนปรนได้ ก็ควรให้ตามความเหมาะสม

ขณะที่นายสันต์ศักย์กล่าวว่า พรรคพลังชลพร้อมสนับสนุนการปฏิรูป ขอให้ผู้มีอำนาจปฏิรูปให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นกลางกับทุกฝ่าย ส่วนกฎอัยการศึกนั้น ยอมรับว่าเป็นปัญหาอยู่บ้างในการระดมความคิดเห็นเพื่อปฏิรูป เร็วๆนี้พรรคพลังชลจะทำหนังสือถึง คสช. ขออนุญาตประชุมพรรค การเมือง เพื่อระดมความเห็นเสนอแนะเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญ
ชี้คำสั่งตั้ง “มีชัย” ไม่ใช่เรื่องลึกลับ

เมื่อถามว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ คสช. ระบุว่า กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญไม่ต้องรีบเขียน จะเสียของ หมายความว่าอย่างไร นายวิษณุตอบว่า หมายถึงรัฐธรรมนูญ จะยกร่างเสร็จประมาณเดือน ส.ค.หรือ ก.ย.2558 และอีกประมาณ 3 เดือนถึงจะมีการเลือกตั้ง จึงต้องทำกฎหมายลูกที่สำคัญให้เสร็จก่อน ประกอบด้วย กฎหมายพรรคการเมือง กฎหมายการเลือกตั้ง กฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่วนกฎหมายลูกที่เหลืออะไรสำคัญก็ทำให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง อย่าหวังว่ารัฐบาลที่เลือกตั้งเข้ามาจะมาทำต่อ เหมือนรัฐธรรมนูญปี 50 ผ่านไป 7 ปีมีกฎหมายลูกออกมาได้แค่ 3 ฉบับ จาก 20-30 ฉบับ ส่วนการทำประชามติรัฐธรรมนูญนั้นไม่มีใครไม่เห็นด้วย หากสังคมเรียกร้องและคิดว่ามีประโยชน์ก็ทำ ส่วนการตั้งนายมีชัย ให้ช่วยติดตามการยกร่างรัฐธรรมนูญ ไม่แปลกไม่ได้ลึกลับอะไร ท่านมีสติปัญญาช่วยเราได้ มีอะไรก็แนะนำคณะที่ปรึกษา คสช. ไม่ได้ไปแนะนำคณะกรรมาธิการยกร่างฯ
เอาแน่หั่นอำนาจองค์กรอิสระ

เมื่อถามว่า องค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง หากไม่ยกเลิกจะปรับแก้ไขอำนาจหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า กรรมาธิการยกร่างฯคงมีความคิดอยู่ เพราะรัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดให้ทบทวนความจำเป็นของการมีองค์กรต่างๆ เป็นการฝากให้กรรมาธิการยกร่างฯได้คิดตรงนี้ ไม่ใช่ว่าเคยมีแล้วต้องมีต่อไป มีต่อก็ได้แต่อาจต้องเปลี่ยนองค์ประกอบ เปลี่ยนอำนาจ เปลี่ยนหน้าที่ เช่น กกต.จำเป็นต้องมี แต่องค์กรเดียวควรมีทั้ง 3 อำนาจหรือไม่ กรรมาธิการยกร่างฯต้องเอาไปคิด ไม่ใช่ว่าองค์กรอิสระจะเหลิงอำนาจกัน แต่ไปให้อำนาจเขาเอง ให้อำนาจไว้ก็ต้องใช้ ถ้าไม่ใช้จะมีคนบอกว่าเสียของอีก ดังนั้นไม่ควรให้อำนาจองค์กรอิสระตั้งแต่แรก เมื่อถามว่าในวงหารือ 5 ฝ่าย คุยเรื่องกฎอัยการศึกอย่างไรบ้าง นายวิษณุตอบว่า มีการพูดกันนิดหน่อยว่าเป็นอุปสรรคหรือไม่ ทุกฝ่ายก็เห็นว่าไม่ได้เป็นอุปสรรค ทุกอย่างยังคงดำเนินไปได้ปกติ และ คสช.รับจะนำเรื่องนี้ไปพิจารณาเอง
“บวรศักดิ์” รับลูกตามงานอนุฯ

ที่รัฐสภา นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธาน สปช. และประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ยังไม่ได้กำหนดว่าจะนำความเห็นของ พล.อ.ประยุทธ์ในที่ประชุม 5 ฝ่าย หารือในกรรมาธิการยกร่างฯเพื่อกำหนดแนวทางหรือปรับแนวทางหรือไม่ ซึ่งวันที่ 1 ธ.ค. จะติดตามงานของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญทั้ง 10 ประเด็น
ยึด คอป.ไม่ใช้เหลี่ยมกฎหมาย

นายกฯกล่าวอีกว่า รัฐบาลไม่เข้าไปยุ่ง ไม่มีธงหรือสั่งการใดๆทั้งสิ้นกับ สนช. สปช. ตนเห็นด้วยข้อเสนอนายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่บอกว่า การใช้กฎหมายเข้าไปแก้ปัญหาการเมืองมันอันตราย ต้องระมัดระวัง ต้องไปศึกษา ตนไปชี้นำไม่ได้ ไปดูว่าความขัดแย้งทางการเมือง ประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐ รัฐบาลควรทำตัวอย่างไร การบังคับใช้กฎหมายบางทีมันก็เป็นปัญหา ถ้าไม่ทำเจ้าหน้าที่ก็โดนละเว้น ถ้าไม่ทำมันก็จะแรงเกินไป และถ้ามีใครไม่หวังดีทำให้ความรุนแรงเกิดขึ้น มันก็วุ่นวายกันไปหมด สิ่งเหล่านี้ต้องไม่เกิดขึ้นในอนาคต ต้องเอาผลประโยชน์ประเทศ ชาติเป็นหลัก เมื่อถามว่า จะมีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายกฯตอบว่า ขึ้นกับสถานการณ์ ถ้าทุกคนร่วมมือก็ไม่มีปัญหา
ลั่นไม่มีวางเกมสืบทอดอำนาจ

“ให้ใช้หลักการของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว มีเหตุมีผล มีสติรับรู้รับฟัง ผมจึงเตือนตนเองอยู่เสมอว่า ต้องมีสติ แม้เวลาตอบคำถามสื่อมวลชนต้องระมัดระวัง ขอความเห็นใจด้วย ให้เกียรติซึ่งกันและกันด้วยเวลาถาม เมื่อผมเข้ามาแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนมานาน รื้อออกยังไม่ทันทำอะไรก็มาว่ากันแล้ว ผมจะเอากำลังใจที่ไหนทำ มีใครกล้ารื้อสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาบ้าง ทั้งเรื่องป่าไม้ การจัดระเบียบ โครงการใหม่ๆที่ป้องกันการทุจริต เราฟังเสียงประชาชนทุกวัน ที่สำคัญไม่ได้เข้ามาเพื่อหาผลประโยชน์ ไม่ต้องการอำนาจ และไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ อย่าไปเขียนจนมันเลอะเลือนไปหมด ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจกัน อย่างนี้มันไม่ได้ โอเคไหม” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
“วิษณุ” เชื่อโฉม รธน.ใหม่ไร้ปัญหา

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผลการหารือ 5 ฝ่าย ที่นายกฯให้เร่งผลักดันการออกกฎหมาย ว่าอยู่ที่ต้นทางคือเจ้ากระทรวงต้องเร่งส่งมาให้ ครม.เห็นชอบ และต้องส่งไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจ ถ้าตรวจแล้วใช้เวลานานจน สนช.ไม่อยู่แล้ว คงมีบ้างที่ไม่ทันโทษใครไม่ได้เพราะทำช้าเอง นายกฯกำชับแล้วว่า สปช.จะปฏิรูปอะไรต้องมีกฎหมายออกมา ไม่ใช่เพ้อไปเรื่อย ถ้า สปช.ทำอะไรได้ก็ทำ ไม่ต้องมารอรัฐบาล ซึ่ง คสช.คงรับทราบความคืบหน้าจากคณะกรรมาธิการยกร่างฯทุกสัปดาห์ จะได้มาคุยกันว่าจะเสนอแนะอะไรอีกบ้างหรือไม่ ทุกคนรู้ปัญหาเก่าดีกว่าที่ผ่านมาว่ามีปัญหาอะไรบ้าง คงไม่ร่างแบบกลับไปหาปัญหาเก่าอีก
กระชับ 5 ฝ่ายเดินตามโรดแม็ป

เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 19 พ.ย. ที่กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นเครื่องไปตรวจราชการภัยแล้งที่ จ.ขอนแก่น และกาฬสินธุ์ ถึงการประชุมร่วม 5 ฝ่าย ได้แก่ คสช. คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ว่าเป็นการพูดคุยทำความเข้าใจในทางปฏิบัติ ทำอย่างไรให้การปฏิรูปประเทศเรียบร้อย เป็นไปตามโรดแม็ปที่วางไว้ ให้ 5 ส่วนทำงานร่วมกันภายใต้นโยบายเดียวกัน คือการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน วางพื้นฐานประเทศระยะยาว ที่เกี่ยวพันในเรื่องของกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูก ที่ต้องออกให้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นการปฏิรูปจะไม่เป็นรูปธรรม หากมีเลือกตั้งแล้วกฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่เรียบร้อย ปัญหาก็จะแก้ไม่ได้เหมือนเดิม “โอเคนะ เข้าใจนะ อธิบายยาวไม่เข้าใจกันอีกซิ”
ห่วง ก.ม.ภาษีมรดกกระทบคนจน

เมื่อถามว่า พอใจการทำงานแต่ละฝ่ายขนาดไหน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า พอใจ วันนี้ต้องเห็นใจ สนช.มีกฎหมายเข้าไปกว่า 170 ฉบับ อยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐบาล และคณะกรรมการกฤษฎีกากว่า 20 ร่าง และอีกกว่า 100 ฉบับ กระทรวงกำลังทยอยส่งมา อย่างร่าง พ.ร.บ.ภาษีมรดกต้องใช้เวลาอีกกว่า 3 เดือน เพราะต้องมาถกกันอีกเพื่อหาข้อยุติ ว่าทำให้เกิดความเป็นธรรมได้อย่างไร มีส่วนได้ส่วนเสียตรงไหน เห็นข่าวชาวไร่ ชาวนา เกรงจะเดือดร้อน ต้องขายนามาจ่ายภาษี ต้องไปหาวิธีช่วยเหลือกันได้อย่างไร รัฐบาลคิดทุกประเด็น ไม่ใช่ว่าอยากจะออกอะไรก็ออกไป เราต้องทำให้ทุกคนพึงพอใจ ที่สำคัญเป็นกฎหมายที่ต้องออกตามยุทธศาสตร์ลดความเหลื่อมล้ำ

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Source: 5นศ.บุกชู3นิ้วต้าน ‘บิ๊กตู่’แซว นึกว่าแสดงต้อนรับ