วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ทัวร์ชนโครงเหล็กข้ามแยกอโศก-เพชรบุรีทับรถพัง3คัน

842284ขณะเดียวกันบนถนนเพชรบุรีฝั่งขาออก ช่วงเชิงสะพานข้ามแยก พบโครงเหล็กบอกทางได้หักโค่นลงมาทับรถที่จอดติดไฟแดงอยู่ จำนวน 3 คัน ประกอบด้วย รถแท็กซี่โตโยต้า รถเก๋งโตโยต้า และรถโดยสารประจำทาง ขสมก. สาย 206 วิ่งระหว่าง อุดมสุข-เกษตร สีครีม-แดง เบื้องต้นไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นส่งผลให้จากจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก สอบสวน นายเสน่ห์ ให้การว่า ขับรถรับลูกทัวร์ชาวไต้หวัน มาจากโรงแรมแกรนด์ลอร์ด ย่านศรีนครินทร์ เพื่อมาทานอาหารที่โรงแรมบางกอกพาเลซ ย่านเพชรบุรี โดยใช้เส้นทางถนนเพชรบุรีขาเข้าเป็นประจำ ปกติแล้วเมื่อมาถึงแยกอโศก-เพชรบุรี จะใช้เส้นทางด้านล่าง เนื่องจากรถสูงเกินไปขึ้นสะพานไม่ได้ แต่วันนี้ตนรู้สึกปวดหัวและมึนงงอย่างรุนแรง จึงได้เผลอขับรถขึ้นสะพานข้ามแยก จนกระทั่งไปชนโครงเหล็กบอกทางเสียหายดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงนำตัว นายเสน่ห์ ไปสอบสวนดำเนินคดีต่อไป ร.ต.ท.จักรภพ ฉิมผึ้งพะเนา พนักงานสอบสวนกล้องวงจรปิดcctv สน.มักกะสัน รับแจ้งอุบัติเหตรถทัวร์โดยสารชนโครงเหล็กบอกทางบนสะพานข้ามแยก อโศก-เพชรบุรี หล่นลงมาทับรถที่จอดติดไฟแดงอยู่บริเวณแยกอโศก-เพชรบุรี ถนนเพชรบุรีฝั่งขาออก แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบริเวณเชิงสะพานข้ามแยกอโศก-เพชรบุรี ฝั่งถนนเพชรบุรีขาเข้า พบรถโดยสารปรับอากาศไม่ประจำทาง ของบริษัท โอเอทรานสปอร์ต สีขาว ทะเบียนป้ายเหลือง 32-3387 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในสภาพฝาปิดด้านบนหลังคารถพังเสียหาย และกระจกด้านหน้าแตก เนื่องจากชนกับโครงเหล็กบอกทาง โดยมี นายเสน่ห์ นุ่มโต อายุ59 ปี โชเฟอร์ ยืนรอให้การอยู่

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: ทัวร์ชนโครงเหล็กข้ามแยกอโศก-เพชรบุรีทับรถพัง3คัน

วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

กรมสรรพสามิตพร้อมจัดเก็บภาษีสลากฯ

841238รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับแนวคิดการจัดสรรรายได้เข้ารัฐผ่านการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสลากกินแบ่ง รัฐบาลนั้นคงต้องให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังศึกษารายละเอียดและเสนอให้นายสม หมาย ภาษี รมว.คลังพิจารณาและเห็นชอบก่อน โดยเชื่อว่าจะสามารถดำเนินการได้ทันที เพราะดำเนินการเพียงออกกฎกระทรวงตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจา นุเบกษาของกรมสรรพสามิตเท่านั้น เนื่องจากเดิมการจัดเก็บภาษีสลากฯได้กำหนดไว้ที่พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ในหมวดของกิจการเสี่ยงโชค เกี่ยวกับการออกสลากฯที่ปัจจุบันยังได้รับการยกเว้นภาษี

ทั้งนี้ แนวคิดการจัดเก็บภาษีดังกล่าวสศค.ยังไม่ได้เรียกให้กรมสรรพสามิตเข้าไปหารือ อย่างเป็นทางการกล้องไอพี เพราะคงต้องรอการพิจารณาของฝ่ายนโยบายว่าจะดำเนินการทันทีหรือไม่เนื่องจาก ภาษีดังกล่าวได้ยกเว้นภาษีมาเป็นเวลานานแล้ว หากจะให้กรมสรรพสามิตเข้าไปจัดเก็บภาษีก็พร้อมที่จะดำเนินการได้ทันทีเพราะ ที่ผ่านมาก็มีแนวทางในการจัดเก็บไว้อยู่แล้ว ซึ่งตามกฎหมายของกรมฯได้กำหนดเพดานการจัดเก็บภาษีสลากฯ ไว้ที่ไม่เกิน 20% แต่จะเริ่มเก็บในอัตราเท่าใดนั้นคงต้องพิจารณาจากปัจจัยหลาย ๆอย่าง ที่อาจเก็บเป็นขั้นบันไดอาจเริ่มที่ 5%, 10% และ 20% เป็นลำดับ

อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสลากฯจะทำให้รัฐบาลมีรายได้โดยตรงจากการขายสลาก ทันทีและลดการมอมเมาประชาชนในการซื้อสลากฯ ลง ถือเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการแก้ไขปัญหาสลากฯขายเกินราคา ที่ทำให้คนซื้อตัดสินใจซื้อยากขึ้น ส่งผลให้ราคาสลากฯในแต่ละงวดไม่ขายในราคาที่สูงเกินไปแต่ที่ที่ผ่านมาไม่ได้ จัดเก็บภาษีดังกล่าว เพียงแต่ค่าอากรแสตมป์ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จากผู้ที่ถูกรางวัลเท่านั้น

นายสมหมายภาษี รมว.คลัง กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสลากฯ เป็นแนวคิดที่ประธานคณะกรรมการสลากฯเสนอให้ สศค.พิจารณาถึงการจัดเก็บภาษีและรายได้นำส่งเข้ารัฐซึ่งยังไม่ได้รับการ รายงานจาก สศค. อย่างเป็นทางการ ว่าจะดำเนินการได้อย่างไรและมีแนวทางไหนบ้างแต่ขณะนี้ยังมีหลายเรื่องที่ ต้องดำเนินการก่อน โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: กรมสรรพสามิตพร้อมจัดเก็บภาษีสลากฯ

วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2557

ผู้พิพากษายิงเมียดับก่อนยิงตัวตายตาม

840800ร.ต.ท.วีระชน มั่นต่าย ร้อยเวร สภ.หนองปลิง ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายภายในบ้านเลขที่ 3/116 หมู่ 2 ต.หนองปลิง จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นมีรั้วล้อมรอบ พบบริเวณหน้าบ้านมีปลอกกระสุนขนาด 7 ม.ม.ตกอยู่ทั้งนอกรั้วและในเขตบ้าน 8 ปอก ส่วนภายในบ้าน บนชั้น 2 หน้าห้องนอนพบศพสองสามีภรรยา คือ นายเฉลิมพล บุตรดี อายุ 42 ปี เป็นผู้พิพากษาศาลแขวง จ.พิษณุโลก และนางสุวรรณา บุตรดี อายุ 40 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ข้างกันในสภาพมีรอยบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนทั้งคู่ โดยมีอาวุธปืนขนาด 7 ม.ม. ตกอยู่ระหว่างกลางร่างของผู้ตายทั้ง 2 จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี บุตรชายของนายเฉลิมพล และนางสุวรรณา ให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนเองอยู่ภายในห้องนอนได้ยินเสียงพ่อตะโกนโวยวายหน้าบ้าน ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด จากนั้นก็ได้ยินเสียงพ่อทะเลาะกับแม่อย่างรุนแรงที่หน้าประตูห้องนอน กระทั่งได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีก 2 นัด จึงได้รีบเปิดห้องออกมาดูก็พบพ่อกับแม่นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่หน้าห้อง นอนแล้ว

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ทราบว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์นายเฉลิมพลได้ออกจากบ้านไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงกล้องวงจรปิด จนกระทั่งกลับมามีปากเสียงทะเลาะกับภรรยาอย่างรุนแรงจนถึงขั้นใช้อาวุธปืน เพื่อจบปัญหาชีวิต คาดว่านายเฉลิมพลและนางสุวรรณา น่าจะมีปัญหาครอบครัวในเรื่องอะไรบางอย่างแต่คุยกันไม่รู้เรื่อง จึงทำให้นายเฉลิมพลเกิดบันดาลโทสะใช้อาวุธปืนยิงภรรยาเสียชีวิต ก่อนยิงตัวเองตายตาม

แหล่งที่มา  :   เดลินิวส์

Source: ผู้พิพากษายิงเมียดับก่อนยิงตัวตายตาม

วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2557

สหรัฐถล่มโรงกลั่นน้ำมันไอเอสในซีเรีย

837244สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ว่าพล.ร.ต.จอห์น เคอร์บีย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ( เพนตากอน ) แถลงเรื่องการขยายขอบเขตปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในซีเรีย เพื่อทำลายฐานที่มั่นและท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มรัฐอิสลาม ( ไอเอส ) ว่าเครื่องบินขับไล่ของสหรัฐและพันธมิตรกลุ่มอาหรับสามารถทำลายโรงกลั่น น้ำมันของกลุ่มไอเอสได้ 12 แห่งทั้งนี้ โรงกลั่นน้ำมันที่ถูกทำลายตั้งอยู่ทางตะวันออกของซีเรียทั้งหมด แม้เป็นโรงกลั่นขนาดเล็ก แต่น้ำมันจากโรงงานเหล่านั้นถูกส่งไปจำหน่ายในตลาดมืด และสามารถสร้างรายได้ให้กับกลุ่มไอเอสถึงวันละ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 64.6 ล้านบาท )นับตั้งแต่เริ่มภารกิจโจมตีทางอากาศในซีเรียเป็นครั้งcctv แรกเมื่อวันจันทร์ สหรัฐและพันธมิตร 5 ประเทศที่เข้าร่วม ได้แก่ จอร์แดน บาห์เรน กาตาร์ ซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ( ยูเออี ) สามารถทำลายเป้าหมายได้อย่างน้อย 20 จุด จากการส่งเครื่องบินเข้าไปโจมตี 64 ครั้งขณะเดียวกัน เครื่องบินรบของสหรัฐอีกส่วนหนึ่งยังปฏิบัติการโจมตีทำลายเป้าหมายในอิรัก เพิ่มเติมด้วย แม้จะได้รับความสนับสนุนจากหลายประเทศ แต่ประเทศมหาอำนาจอย่างจีนและรัสเซียออกมาตั้งข้อสังเกตคล้ายคลึงกัน ว่าแน่นอนที่กลุ่มไอเอสต้องได้รับการกวาดล้างโดยเร็ว แต่ปฏิบัติการทุกอย่างจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะมนตรีความมั่นคง แห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) เสียก่อน

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: สหรัฐถล่มโรงกลั่นน้ำมันไอเอสในซีเรีย

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2557

'จิ้ม' ให้ปลอดภัย

                            abc8ag9a6cccjacjk5djk ราวๆ กลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา "โฮเทลส์ ดอทคอม" ซึ่งเป็นเว็บไซต์เพื่อการท่องเที่ยว ได้เผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อการสื่อสาร โดยมุ่งเน้นสำรวจพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างเวลาเดินทางท่องเที่ยว ในช่วงวันหยุดพักผ่อน เป็นการสำรวจนักท่องเที่ยวจาก 28 ประเทศทั่วโลกผลสำรวจบ่งชี้ว่า คนเอเชียติดโทรศัพท์มือถือมากกว่าชาติอื่นๆ และ “คนไทย” เป็นชาติอันดับ 1 ที่ไม่ต้องการอยู่ห่างจากโทรศัพท์มือถือ แม้ในเวลาท่องเที่ยวใน รายงานฉบับดังกล่าวระบุว่า ประมาณ 85% ของคนไทยผู้ตอบแบบสอบถามเลือกที่จะพกโทรศัพท์มือถือติดตัวตลอด แม้แต่ในช่วงเที่ยวพักผ่อน ตามด้วยนักท่องเที่ยวเกาหลีที่มีจำนวนกว่า 78% ปฏิเสธที่จะงดใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวในเวลา ท่องเที่ยว ขณะที่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นอยู่ในอันดับที่ 3 ด้วยสัดส่วน 69% และมีคนไทยน้อยกว่า 1% เท่านั้นที่รู้สึกเสียใจหรือรู้สึกผิด ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับโทรศัพท์ในระหว่างการในส่วนของการใช้งานนั้น พบว่า 64% ใช้เวลาส่วนหนึ่งไปกับการเช็กอีเมลผ่านโทรศัพท์มือถือ และ 100% ใช้มือถือเพื่อเชื่อมต่อกับโซเชียลเน็ตเวิร์ก


                            เป็นผลสำรวจที่ทำให้หลายคนเงียบสนิทและยอมรับว่า ‘จริง’ เพราะโทรศัพท์มือถือกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแบบแยกไม่ออกแล้ว สมาร์ทโฟนไม่ได้มีไว้สำหรับโทรเข้าโทรออก แต่ยังมีไว้เพื่อ “แชท” กับผู้คนทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก และเพื่อติดตามทุกเรื่องบนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก ไม่นับรวมการดูหนัง ฟังเพลง รวมถึงการอ่านหนังสือที่เป็น “อี-บุ๊ก” ทั้งหลาย


                            ขณะที่หลายคนทำอะไรที่มากกว่านั้น นั่นคือ ทำธุรกรรมทางการเงินบนโทรศัพท์มือถือกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสุ่มเสี่ยงไม่น้อย แม้ว่าสถาบันการเงินต่างๆ จะพยายามป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงินให้แก่ลูกค้าหลาย ชั้นแล้วก็ตาม


                            ดังนั้น ถ้าเลี่ยงได้ก็น่าเลี่ยง แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ แบงก์ก็มีข้อแนะนำเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่าน อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต นั่นคือ หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆ จากแหล่งอื่น นอกเหนือจาก Apple App Store, Google Play Store, Blackberry App World และ Windows Phone Store เท่านั้น หลีกเลี่ยงการกดลิงก์ (URL) ที่ส่งมากับ SMS, MMS หรืออีเมล หรือหน้าจอ (pop-up) หลอกลวง หลีกเลี่ยงการเชื่อมต่อ WiFi สาธารณะเมื่อทำธุรกรรมทางการเงิน (อันนี้เน้น - โดยเฉพาะในยุคที่เรามี free wifi ทุกที่ แม้กระทั่งรถเมล์และรถแท็กซี่) หลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านอุปกรณ์ที่ได้รับการดัดแปลงระบบ ปฏิบัติการ (jail break สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS และ root สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์)


                            นอกจากนี้ ยังควรติดตั้งแอพพลิเคชั่นป้องกันไวรัสบนโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต โดยเฉพาะที่ใช้ทำธุรกรรมออนไลน์ รวมถึงตั้งรหัสในการเข้าใช้งานเครื่องโทรศัพท์มือถือ/อุปกรณ์อื่นๆ และระวังการป้อนรหัสลับในที่สาธารณะ ไม่กำหนด Mobile PIN ด้วยตัวเลขเรียงกัน ตัวเลขซ้ำกัน หรือเดาได้ง่าย เช่น หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนหมายเลข บัตรเครดิต ทะเบียนรถ วันเดือนปีเกิด


                            ไม่กำหนด Password ด้วยตัวอักษรหรือตัวเลขเรียงกัน ซ้ำกัน หรือเดาได้ง่าย เช่น หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขบัตรเครดิต ทะเบียนรถ วันเดือนปีเกิด ชื่อนามสกุล ชื่อเล่น และกรณีที่กำหนด Password เป็นภาษาอังกฤษ ควรให้มีทั้งตัวอักษรภาษาอังกฤษ ตัวพิมพ์ใหญ่ และตัวพิมพ์เล็ก  สามารถเปลี่ยน Mobile PIN หรือรหัสลับส่วนตัว (Password) ได้บ่อยตามที่ต้องการ และหากส่งอุปกรณ์เข้าซ่อม หรือขายต่อ ให้ลบแอพพลิเคชั่นโมบาย แบงกิ้งออกจากเครื่อง เพื่อความปลอดภัย


                            กรณีโทรศัพท์มือถือสูญหาย ขอให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคาร เพื่อระงับการใช้บริการชั่วคราว กรณีเปลี่ยนแปลงหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียนไว้กับธนาคาร ขอให้ติดต่อที่สาขาธนาคาร เพื่อแก้ไขข้อมูลการใช้บริการ ธนาคารจะมีการแจ้งผลทางอีเมลแอดเดรสทุกครั้ง เพื่อยืนยันการทำธุรกรรมทั้งการโอนเงิน และการชำระค่าสินค้าและบริการ โดยจะส่งไปยังอีเมลแอดเดรสที่ลงทะเบียนไว้กับธนาคารตั้งแต่ตอนสมัครใช้ บริการ หากท่านไม่ได้เป็นผู้ทำรายการ ควรรีบติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารทันที


                            คำแนะนำทั้งหมดที่ยกมา เป็นคำแนะนำของธนาคารกรุงเทพ ที่แจ้งเตือนสำหรับลูกค้าบัวหลวง เอ็มแบงกิ้ง ของธนาคาร


                            มี 2 ข้อที่เป็นไฮไลท์ คือ หนึ่ง - หลีกเลี่ยงการเชื่อมต่อ WiFi สาธารณะเมื่อทำธุรกรรมทางการเงิน และสอง - ระวังการป้อนรหัสลับในที่สาธารณะ โดยเฉพาะข้อสองที่อันตรายมาก เพราะระหว่างที่เราก้มๆ เงยๆ กับโทรศัพท์ในมือ เราไม่รู้เลยว่า ใครจับจ้องการป้อนรหัสลับของเราอยู่บ้าง อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยป้องกันได้หากจำเป็นจริงๆ ก็คือ กระจกกันรอยหรือไพรเวซี่ กลาส (Privacy Glass) ที่ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว


                            “กิตติพงศ์ กิตติภัสสร” ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์และการตลาด บมจ.ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น บอกว่า ความพิเศษของทีดับบลิวแซด ไพรเวซี่ กลาส อยู่ที่กระจกกันรอยดังกล่าวจะป้องกันการมองเห็นจากคนข้างๆ อย่างรอบทิศทาง ด้วยการบังคับการตกกระทบและการหักเหของแสง ทำให้ความสามารถในการมองเห็นหน้าจอโทรศัพท์มือถือจะอยู่ในระดับ 30 องศาจากจุดกึ่งกลางของหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นด้านบนหรือล่าง ด้านซ้ายหรือขวา หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ผู้ที่ถือโทรศัพท์เท่านั้นที่จะมองเห็นหน้าจอโทรศัพท์


                            “ใครที่เคยรู้สึกอึดอัด ต้องคอยระแวงระวังคนข้างๆ โดยเฉพาะเมื่อเราใช้จำเป็นต้องโทรศัพท์ในที่สาธารณะ ในรถไฟฟ้าที่เต็มไปด้วยผู้คน ในธนาคารพาณิชย์ หรือในสถานที่อื่นที่ปริมาณคนคับคั่ง ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป ซึ่งนอกจากจะป้องกันการมองเห็นเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้โทรศัพท์มือถือแล้ว ทีดับบลิวแซด ไพรเวซี่ กลาส ยังป้องกันการสะท้อน ป้องกันรอยขีดข่วน และป้องกันรอยนิ้วอีกด้วย”


                            ดูเหมือนทีดับบลิวแซด ไพรเวซี่ กลาส กระจกกันรอยเพิ่มความเป็นส่วนตัว จะช่วยให้การป้อนรหัสลับ หรือการจิ้มโทรศัพท์มือถือเพื่อทำธุรกรรมทางการเงินปลอดภัยขึ้น แต่มีข้อจำกัด 2 ข้อที่คนที่สนใจต้องยอมรับ นั่นคือ หนึ่ง - หาซื้อได้ที่ช็อปทีดับบลิวแซด และสอง - ณ เวลานี้ เขาทำมาเฉพาะไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัสเท่านั้น

แหล่งที่มา  :  คมชัดลึก

Source: 'จิ้ม' ให้ปลอดภัย

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557

“บัวขาว”ฮอตเว่อร์ สาวนอกเก็บ“เหงื่อ”ใส่ขวด

EyWwB5WU57MYnKOuFHOrhvPuGEUN7DDzr3706U6xisqURXXsO9p8Klนักมวยซุป’ตาร์ บัวขาว บัญชาเมฆ โดนน็อกคาเวที เมื่อ พ่อหมอลักษณ์ ฟันธงทะลุทะลวงเรื่องบนเตียงว่าเป็น “จอมอึด” เล่นเอาเจ้าตัวเขิน “ตอนไปซ้อมที่เมืองนอก มีสาวๆ เอาผ้ามาซับเหงื่อผมแล้วก็บีบใส่ขวดเก็บไป แบบจู่โจมก็มีมาเปิดหน้าอกให้ดูรอยสักชื่อผม ถึงขั้นมาขอแต่งงานขออยู่ด้วยก็มี” งานนี้บัวขาวยังยอมรับเองว่าบริษัทcctv “เล่นของ!” ใน “ทอล์คทะลุดาว” พฤหัสฯนี้ 4 ทุ่ม 15 ทาง ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 HD, “ทรู, ซีทีเอช, ซันบ็อกซ์ ช่อง 42” และ “พีเอสไอ, จีเอ็มเอ็ม แซท ช่อง 3, 42”

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Source: “บัวขาว”ฮอตเว่อร์ สาวนอกเก็บ“เหงื่อ”ใส่ขวด

วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557

ไทม์ชี้ด้านมืดคดีฆ่านักเที่ยว

836028นิตยสารไทม์ของสหรัฐอเมริกา เผยแพร่บทวิเคราะห์ผ่านเว็บไซต์ในวันนี้ กล่าวถึงเหตุการณ์ฆาตรกรรมโหด 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ น.ส.ฮานนาห์ วิทเธอริดจ์ วัย 23 ปี และนายเดวิด มิลเลอร์ วัย 24 ปี ที่เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่เผยให้เห็นด้านมืดของสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นค่านิยมความเชื่อของสังคม ศักยภาพการทำงานของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ อีกมุมหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวหาดสวยทะเลใส รวมไปถึงทัศนคติของผู้นำประเทศด้วย โดยอ้างความเห็นบางส่วนจาก "นายพอล กวาลญา" นักวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

ประเด็นแรก ที่ถูกหยิบยกมากล่าวถึงคือ การทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ดูเหมือนจะเหวี่ยงแหไปเรื่อย เริ่มจากการตั้งธงผู้ต้องสงสัยหันไปทางกลุ่มแรงงานชาวเมียนมาร์ พร้อมกับคำกล่าวของนายตำรวจระดับหัวหน้าที่เปรยว่า "คนไทยไม่ทำเรื่องนี้" ซึ่งสะท้อนถึงอคติทางด้านเชื้อชาติที่ฝังลึกมานาน และขุดรากถอนโคนออกไปไม่ได้ง่าย ๆ แต่หลังจากผลดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยกลุ่มแรกไม่ปรากฏผลใด ๆ ตำรวจจึงเบนเข็มไปที่คนนอกบริษัทกล้องวงจรปิด ซึ่งก็คือนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษอีกคนที่เช่าห้องพักร่วมกับนายมิลเลอร์ ซึ่งผลวิเคราะห์เปรียบเทียบดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยกับก้นบุหรี่ที่พบในที่ เกิดเหตุก็ไม่ตรงกันอีก

ตัวละครใหม่ที่โผล่มาคือ นายฌอน แมคแอนนา ชาวสกอตติช วัย 25 ปี เพื่อนของผู้ตาย ที่อ้างว่าเห็นชายไทย 2 คน พยายามเข้ามาเกาะแกะ น.ส.วิทเธอริดจ์ ก่อนจะถูกเธอปฏิเสธไป ในคืนเดียวกับที่เธอเสียชีวิต ซึ่งนายแมคแอนนา ได้ถ่ายภาพของชายทั้งคู่ไว้ ก่อนโพสต์ลงอินเตอร์เน็ต แต่สิ่งที่ตามมาคือ เขาถูกขู่ฆ่าจากผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จนต้องหนีหัวซุกหัวซุน ขณะที่ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน ในภาพได้รับการปล่อยตัวไป หลังการสอบสวนเบื้องต้น แม้พวกเขาปฏิเสธที่จะให้ตัวอย่างดีเอ็นเอก็ตาม โดยนายกวาลญาให้ความเห็นว่า ปัญหาของเจ้าหน้าที่ คือการต้องเผชิญแรงกดดันมากมาย จากการเกาะติดสถานการณ์รายงานข่าว ทั้งสื่อไทยและสื่อนอก ที่ทวงถามหาความคืบหน้าของคดีตลอดเวลา

ไทม์ รายงานอีกว่า ภาพลักษณ์ของประเทศไทย คือสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนปีละไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคน ซึ่งต่างก็เพลิดเพลินไปกับหาดทรายขาวบริสุทธิ์ วัดวาอารามที่สวยงามโอ่อ่า และอาหารไทยรสเลิศ นักท่องเที่ยวส่วนมากมีโอกาสหรรษาไปกับวันหยุดพักผ่อนของพวกเขา แต่ไม่ใช่สำหรับทุกคน ในอีกมุมหนึ่งของบรรดาแหล่งท่องเที่ยว อาทิเช่น พัทยา นักท่องเที่ยวกลับต้องเผชิญกับการลักวิ่งชิงปล้น การทำร้ายร่างกายด้วยมีดและปืน การคุกคามทางเพศ อุบัติเหตุรุนแรงบนท้องถนน และการจมน้ำ ซึ่งมักเป็นเรื่องที่เงียบหายไป โดยเฉพาะฟุลมูนปาร์ตีบนเกาะพงันที่มีชื่อเสียงระดับโลก

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: ไทม์ชี้ด้านมืดคดีฆ่านักเที่ยว